หลอกผี…ผีหลอก

 หลอกผี…ผีหลอก

หลอกผี…ผีหลอก ห้องพักหลอน ห้องพักผีสิง อ่านเรื่องผี หลอน สยองขวัญ

แชร์เรื่องนี้

“หลอกผี…ผีหลอก”
เรื่องนี้เป็นหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว เหตุการณ์นี้ผมจำได้ดีว่า ตอนนั้นผมอายุ16 17 ในทุกๆเย็น ผมกับเพื่อนจะชอบชวนกันไปเล่นน้ำในคลอง ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมหลักของหมู่บ้าน มีอยู่วันหนึ่งผมกับเพื่อนๆก็เล่นน้ำคลองตามปรกติ วันนั้นโชคดีจริงๆ มีก๋วยเตี๋ยวเรือพายผ่านมาพอดี


เพื่อนทุกคนในกลุ่มต่างก็ตะโกนออกไปพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ลุงๆ จอดเทียบเลยครับลุง ชิดขอบเลยครับ
ซึ่งก็เป็นปกติของพวกผมอยู่แล้วที่จะกินเป็นประจำ ก๋วยเตียวเรือของลุงแดงอร่อยที่สุด แต่ลุงแดงจะพายเรือก๋วยเตี๋ยวผ่านมาแถวที่พวกผมเล่นน้ำคลองทุกๆ3วัน วันนี้ผมกับเพื่อนอีก6คนก็กินก๋วยเตี๋ยวเรือกันตามปรกติ ลุงแดงแกขายก๋วยเตียวเรือชามละ 50 สตางค์ กินทีไรก็อร่อยทุกที นั่งกินไปแบบท่าสบายๆของตามแต่ละคน จู่ๆในระหว่างที่พวกผมกำลังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่นั้นสายตาของผมก็เหลือบไปเห็น สุนัขตัวนึงลอยเน่าขึ้นอืดมาตามลำคลอง ซึ่งกำลังขึ้นอืดเต็มที่ พร้อมที่จะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อเหมือนกับภูเขาไฟ ที่ใกล้จะระเบิดแล้วก็ไม่ปาน

ตอนนั้นผมนึกสนุกยังไงก็ไม่รู้ อุตริรีบเดินไปหยิบเอาก้อนหินปาใส่หมาตัวนั้นทันที ก้อนแรกมันไม่เป็นอะไร พอก้อนที่สองเท่านั้นแหล่ะ เรียบร้อย เสียงดัง ปุ๊ ยังกับภูเขาไฟระเบิดหนอนยัวะเยียะแตกออกแมลงวันแตกกระจาย และมันก็มาพร้อมกลิ่นอันสุดจะทน กลิ่นอันเหม็นเน่าสุดๆ สุดท้ายก็วงแตก เพื่อนทุกคนต่างพากันเดินหนี ตามมาด้วยเสียงกรนด่า ของเพื่อนๆ ไอ้เวร ไอ้บ้าเอ้ย ไอ้ฉิป.. สุดท้ายก็เหลือแต่ลุงขายก๋วยเตี๋ยวเรือ กับ ผมแค่ 2 คนที่ทนอยู่กับสุนัขเน่าตัวนั้น แค่เรื่องกลิ่นผมพอทนได้ แต่สิ่งทนไม่ได้เคือรื่องหิวนี้ซิ ผมก็นั่งทานก๋วยเตี๋ยวเรือต่อไปแบบยิ้มๆ กินก๋วยเตี๋ยวคู่กับหมาเน่าอร่อยจริงว้อย

หลังจากกินเสร็จแล้วผมก็เดินกลับบ้าน แต่ก็ไม่ลืมคืนนี้ผมมีนัดพิเศษรวมตัวกับเพื่อนๆ เพราะเป็นวันเกิดของเพื่อนคนนึง ซึ่งพวกผมนัดกันไว้ตอน3ทุ่ม เจอกันที่เรือขนทรายลำใหญ่ ผมก็อาบน้ำอาบท่าทำอาหารค่ำให้ตากับยายกิน ส่วนผมไม่ได้กินด้วยเพราะเตรียมท้องไว้กินงานวันเกิดเพื่อน พอถึงเวลาทุกคนก็มากันอย่างพร้อมเพียง อาหาร ขนม น้ำหวานหลากหลายสี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่มีเพราะพวกผมไม่ได้กินเหล้ามันเปลืองตังค์ ก็กินกันไปได้ซักพัก อยู่ๆผมก็นึกอุตริขึ้นมาอีกแล้วครับท่าน ผมชวนเพื่อนๆหลอกผีชาวบ้านที่พายเรือผ่านไปผ่านมาดีกว่า


ซึ่งเพื่อนๆก็มีเสียงตอบรับดีมากๆ เออเอาซิ เออได้เลย บ้านเพื่อนผมคนนึงอยู่ติดริมคลองเดินไปนิดเดียวก็ถึง พวกผมก็เตรียมอุปกรณ์ในการหลอกผี สิ่งที่เอามาก็มี มุ้งขาวๆหลังใหญ่มาก แป้งขาว สีผสมอาหารสีแดง และก็ไฟฉาย อุปกรณ์พร้อม คนพร้อม พอได้เวลาประมาณ4ทุ่มกว่าๆ ดึกดีละ แต่งหน้าได้คล้ายผีดีแล้ว พวกผมก็จัดการต่อตัวกัน3คน ขี่คอกันแบบคณะสิงโต เอามุ้งคลุมตั้งแต่หัวลงไป ชายมุ้งก็ปล่อยให้ปลิวไปปลิวมา ปากก็ทาสีแดงๆเหมือนกินเลือดมาก็ว่าได้ ซึ่งผมจะอยู่บนสุดเพราะตัวเล็กสุด เฮ้ยๆมีเรือมาแล้ว1ลำ เตรียมพร้อมนะ พวกผมนัดแนะกันแบบเสียงกระซิบเบาๆ


พอเรือผ่านมาได้ที่ตรงจังหวะ ผมก็เปิดไฟฉายส่องใส่หน้าตัวเองส่องจากใต้คางขึ้นไปบนหน้า แล้วก็ทำเสียงแบบเย็นยะเยือก ไปไหนมา กูอยากกินเลือด กรรมจริงๆ ณ ตอนนั้น ผมหลอกผีเองแต่ดันกลัวเองซะงั้น สิ้นเสียงโหยหวน สิ่งที่ตามมาคือ คนพายเรือมองมาทางที่พวกผมปลอมเป็นผี ซึ่งคนๆนั้นก็มองอย่างตั้งใจมากๆ มองอยู่อย่างนั้นประมาณ30วินาที หลังจากนั้นผู้ชายคนนั้นก็พายเรืออย่างไม่คิดชีวิต จ้ำพรวด จ้ำพรวด พร้อมกับมีเสียงตะโกนเสียงดัง ฟังได้ชัดๆว่า ผีหลอกโว้ย ปากก็ตะโกนไป มือก็จ้ำพรวดไปด้วยความเร็วสุดๆ จุดที่พวกผมยืนหลอกผีอยู่นั้น ก็เคยมีคนจมน้ำตายและบางทีก็มีศพขึ้นอืดลอยมาติดอยู่ที่ตรงนี้ก็มี ซึ่งชาวบ้านลือกันว่าที่นี่เฮี้ยนสุดๆแต่พวกผมอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เล็กจนโตก็ไม่เคยเจออะไร

พอพวกผมเห็นคนกลัวผีแบบนั้น ต่างก็พากันคิดว่าจะบาปหรือเปล่าว่ะ แต่พวกผมก็พากันหัวเราะออกมากันตัวขดตัวงอ หัวเราะแบบไม่ออกเสียงทรมานจริงๆเหนื่อยมากๆ จนพวกผมเล่นหลอกผีกันจนจะเที่ยงคืนละ ซึ่งก็เห็นว่ามันดึกมากแล้ว เลยต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน ทุกคนกลับหมดเหลือเพียงผมกับเพื่อนที่มีบ้านอยู่ริมคลอง ผมเลยแวะเข้าบ้านเพื่อนก่อน เดินไป คุยไป ยังขำไม่เลิก เรื่องหลอกผีคนพายเรือผ่านไป พอไปนั่งคุยที่บ้านเพื่อนริมน้ำก็เริ่มดึกมากขึ้น บวกกับอาการเริ่มจะง่วงแล้ว จึงบอกเพื่อน กรูกลับบ้านก่อนนะ เพื่อนบอกกรูเดินไปส่งมั้ย แต่ผมบอกมันไปว่าไม่เป็นไร กรูเดินกลับได้กรูไม่กลัว ไปหล่ะ พรุ่งนี้เจอกัน พอผมเดินมาซักพักหนึ่งก็เป็นทางเปลี่ยว มืดมากไม่มีใครเลย แต่ก็พอจะมองเห็นทางนิดๆ เพราะมีแสงจันทร์สาดส่องลงมา ซึ่งจุดที่ผมกำลังจะผ่านนี้เคยมีคนโดนผีหลอกบ่อยมากๆ


ทางเดินตรงนี้จะเป็นทางแคบๆ แค่คนเดินสวนกันได้แต่ต้องเอียงตัวเวลาเดินสวนกัน มีต้นไทรใหญ่มากๆอยู่ข้างสะพานไม้แคบๆ ที่ผมเดิน ผมเดินไปอยู่ๆก็สะดุ้งแป้นไม้กระดานเกือบล้มหัวคะมำ ลางไม่ดีละผมนึกในใจ ผมเริ่มเดินเร็วขึ้น อยากจะกลับถึงบ้านเร็วๆ แต่เดินๆมา จู่ๆ ผมก็มี ความรู้สึกว่าเหมือนมีคนเดินตาม เดินหนึ่งก้าว เสียงที่ได้ยินก็ตามมาหนึ่งก้าว ผมใจเริ่มไม่ดีล่ะ เสียงเหมือนมีคนเดินซ้อนกัน ผมก็เลยตัดสินใจเอาว่ะ เป็นไงเป็นกัน ผมหันหลังกลับไปดูแต่ก็ไม่เจออะไร เสียงฝีเท้าที่เดินตามผมมาหายไป พอผมใกล้จะเดินผ่านต้นไทรนี้ซิ ลมก็ไม่มี แต่ต้นไทรที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้าผม มันสั่นอย่างแรง แรงมากๆ ใบไม้ร่วงตกลงมาพอสมควร อะไรของมันวะ ผมคิดในใจ

แต่ตอนที่กำลังคิดอยู่นั้น ก็ปรากฏว่า เหมือนมีอะไรบางอย่างพุ่งทะยานมาด้วยความเร็ว สูง ซึ่งมันเป็นความรู้สึกของผมเอง ผมตัดสินใจหันกลับไปดูอีกทีก็ไม่เจออะไรเช่นเคย แต่ต้นไทรก็ยังสั่นไหวอยู่ ลมก็ไม่มี ผมไม่รู้สึกว่ามีลมพัดเลย ทุกอย่างเงียบสนิทวังเวงจริงๆ คิดได้ว่า มีผู้ใหญ่เคยบอก ถ้าอยากจะเห็นผี ก็ให้ก้มลงมอง รอดใต้หว่างขา แล้วจะเห็นผี ผมรีบจ้ำเดินเลยต้นไทรมานิดหน่อย เอาวะลองสักตั้งเป็นไงเป็นกัน ผมตัดสินใจก้มลงไป มองรอดใต้หว่างขา

สิ่งที่ผมคิดว่าชีวิตนี้ผมจะไม่มีโอกาศได้เห็น เวรกรรม จริงๆ ผมกลับได้เห็น เป็นเงาดำๆ สูงใหญ่มากๆ มองมาทางผม หน้าตาหน้าเกลียดหน้ากลัว ปากเล็กเท่ารูเข็ม มือใหญ่เท่าใบลาน กำลังเอื้อมมือตวัดมาทางผม สมองผมยังไม่ทันได้สั่งการ แต่2ขาของผมมันวิ่งพุ่งทะยานไปด้วยความเร็วสูงสุด แต่ก็ยังพอมีสติอยู่บ้างยังอุตสาห์นึกถึงคำบอกเล่าของ ผู้ใหญ่ที่ท่านบอกว่า ถ้าไม่อยากให้ผีตามมา ให้กระโดดแบบ สลับซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย 12ก้าว ผมก็วิ่งตามสูตรนี้แต่ละก้าวที่ผมกระโดดนั้นไกลจริงๆ เหมือนตัวผมลอยได้ สงสัยอาจจะเพราะตกใจมากๆ จึงเกิดพลังแฝง พอผ่าน12ก้าวกระโดดแล้ว ที่นี้ละของถนัดผมละ ทางตรงไม่ต้องพูดถึง ผมวิ่งไปเร็วมากๆสายลมปะทะใบหน้า


พอมาถึงตรงที่มีแสงไฟ บวกกับเริ่มจะเห็นมีผู้คน มากขึ้น ความเร็วในการวิ่งของผมก็ลดลงตามลำดับ ผมเหนื่อยมาก ขอพักหายใจก่อน เราเจออะไรวะ หลอกผีคนอื่นแต่ตัวเองโดนผีหลอกซะเอง พอเดินถึงบ้านได้ ผมไม่อาบน้ำมันละคืนนี้ เข้าไปนอนซุกตัวใกล้คุณยาย คุณยายจึงรู้สึกตัวตื่นมาถามผม.. เอ็งเป็นอะไรว่ะ ปรกติไม่เคยนอนกับยายใกล้ชิดเเบบนี้นี่ ผมก็เลยเล่าให้คุณยายฟังในสิ่งที่ผมได้เจอมา
พอคุณยายได้ฟังก็หัวเราะ แล้วบอกผมว่าเอ็งนี้มันน่านักเล่นอะไรไม่เล่น แล้วยายก็หัวเราะอีก เดี๋ยวตื่นเช้าเอ็งไปกับยายนะ พอตื่นเช้ามาผมก็เริ่มหายกลัวละ

ด้วยความที่เป็นวัยรุ่นเรื่องผีไม่เคยอยู่ในหัว เมื่อคืนผมแค่วิ่งหนีมาตั้งหลัก เลยเดินไปหายาย ถามยายว่า ยายจะพาผมไปไหนรึครับ ยายบอกจะพาผมไปวัด คุณยายก็พาผมไปทำบุญ ถวายสังฆทาน และ กรวดน้ำให้กับสิ่งที่ผมเห็น กับ เจ้ากรรมนายเวรและ ก็ขออโหสิกรรมต่างๆ ที่ผมได้กระทำอะไรลงไป จังหวะที่กำลังจะเดินออกมาจากศาลาวัด ผมก็ไปเจอกับผู้ชายคนนึงแกก็มาวัดเหมือนกันกับผม พอได้พูดคุยกันผมก็ได้รู้ว่า เป็นคนเดียวกันกับที่พวกผมไปหลอกผีแกเมื่อคืน ผมก็เลยสารภาพความจริงที่พวกผมไปหลอกผีแก

แต่สิ่งที่แกบอกผมมานี่สิ มันกลับทำให้ผมถึงกลับขนลุกขึ้นมาทั้งตัว พี่แกเล่าว่า แกเห็นมีคน3-4คน ยืนอยู่ข้างๆที่พวกผมยืนหลอกผีอยู่ แต่ละคนหน้าตาเละเลือดไหลออกมาเต็มหน้า บางคนก็ไม่มีหัว พอได้ฟังแบบนั้น ผมแทบเข่าอ่อนแต่ก็ดีแล้วที่ผมไม่ได้เห็นจะๆแบบพี่เค้า ผมรีบเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้เพื่อนๆฟัง พวกมันพากันขนลุก บอกว่า จะไม่เล่นอะไรแบบนี้อีกแล้ว ถ้าเกิดเจอจริงๆแบบพี่เค้าจะทำยังไง

ปัจจุบันคุณยายของผมเสียไปแล้วครับ ด้วยวัย86ปี ถึงทุกวันนี้ข้าพเจ้าก็คิดถึงคุณยายตลอดครับ

ขอขอบคุณ สมาชิกพันทิพ

ติดตาม RedMoon ค่ำคืนสีเลือด

GhostStoryThai.com อ่านเรื่องผี

แชร์เรื่องนี้

เรื่องอื่นๆ